เพื่อนๆ อาจเคยได้ฟังเกี่ยวกับการสะกดจิตแบบต่างๆ เช่นทำให้หลับ หรือทำให้เห็นภาพต่างๆ วันนี้เราจะมาลองดูว่ามีวิธีอะไรง่ายๆ ที่ทำให้เราสามารถสะกดจิตตัวเองได้ วิธีเหล่านี้ไม่มีอันตราย และทำสนุกๆ ได้ที่บ้านค่ะ
เทคนิคของ Ganzfeld
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ others แสดงบทความทั้งหมด
มนุษย์สร้างหุ่นยนต์ได้ตั้งแต่ 200 ปีก่อน
เพื่อนๆ เคยดูหนังเรื่อง Hugo ไหมคะ?
หนังเรื่องนี้ฉายประมาณปี 2012 เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายที่อาศัยในสถานีรถไฟ เขาเป็นเด็กกำพร้า และสิ่งที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้เขาก็คือหุ่นยนต์ (ในเรื่องเรียก ออโตเมตอน แปลว่าหุ่นที่ทำงานเอง)
ตอนที่ดูหนังจบ เราคิดว่าไอ้หุ่นยนต์ในเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องแต่ง แต่กลับมีตัวตนจริงๆค่ะ วันนี้จึงได้โอกาสแชร์เรื่อง หุ่นยนต์ไขลาน หรือ ออโตเมตอน ซึ่งเป็นหุ่นแบบโบราณกันค่ะ
หนังเรื่องนี้ฉายประมาณปี 2012 เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายที่อาศัยในสถานีรถไฟ เขาเป็นเด็กกำพร้า และสิ่งที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้เขาก็คือหุ่นยนต์ (ในเรื่องเรียก ออโตเมตอน แปลว่าหุ่นที่ทำงานเอง)
ตอนที่ดูหนังจบ เราคิดว่าไอ้หุ่นยนต์ในเรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องแต่ง แต่กลับมีตัวตนจริงๆค่ะ วันนี้จึงได้โอกาสแชร์เรื่อง หุ่นยนต์ไขลาน หรือ ออโตเมตอน ซึ่งเป็นหุ่นแบบโบราณกันค่ะ
10 เว็บไร้สาระ สำหรับวันเบื่อๆ
10 เว็บไร้สาระ สำหรับวันเบื่อๆ
วันนี้เนื่องจากลงแรงกับการทำงานไปแล้ว ก็เลยอัพเรื่องสบายๆ แล้วกันนะคะ ชื่อหัวข้อก็บอกแล้วว่าจะมาแชร์ 10 เว็บไร้สาระ แต่หากเพื่อนๆ เห็นว่ามีสาระ มีปรัชญาอะไรซ่อนอยู่ก็อย่าลืมมาบอกกันด้วยนะคะ*เว็บเหล่านี้อาจทำงานได้ไม่ค่อยดีหากดูผ่านมือถือ หรือแทบเล็ตนะคะ*
1. http://www.matmartinez.net/nsfw/
เต้นจนตัวเป็นเยลลี่
![]() |
| Konga! |
เต้นรำกับฉันจนสุดทางแห่งรัก เสน่ห์แห่งความรักและความตาย
ได้ฟังเพลงช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา กำลังหาเพลงแจ๊สฟังสบายๆ ก็ไปเจอกับเพลงนี้เข้า ชื่อเพลง Dance Me to the End of Love ฟังชื่อแล้วดูเป็นเพลงที่หวานหยดย้อยมากๆ และเป็นชื่อที่มีมนต์ขลังยังไงก็ไม่รู้ ในความคิดของฉัน (ขนาดยังไม่ได้ฟังนะเนี่ย) เหมือนกับว่าเต้นไปจนสุดทางรัก จนตายจากกันไป(หรือเปล่า)
Dance me แปลเป็นไทยก็เหมือนกับการพูดให้ผู้ฟังเต้นนำนั่นเอง แต่ในที่นี้อาจเป็นการเต้นรำไปด้วยกันก็ได้ (แบบไม่มีคนนำ) พอได้หาจากอากู๋สักพัก ก็ทราบว่ามีหลายเวอร์ชั่นมากๆ แต่เวอร์ชั่นที่ประทับใจฉันที่สุดคงเป็นอันนี้
Madeleine Peyroux - Dance Me to the End of Love
อ้อมค้อมมานานแล้ว เอาเนื้อเพลงไปด้วยละกัน
Dance me to your beauty with a burning violin
Dance me through the panic 'til I'm gathered safely in
Lift me like an olive branch and be my homeward dove
Dance me to the end of love
Dance me to the end of love
Let me see your beauty when the witnesses are gone
Let me feel you moving like they do in Babylon
Show me slowly what I only know the limits of
Dance me to the end of love
Dance me to the end of love
Dance me to the wedding now, dance me on and on
Dance me very tenderly and dance me very long
We're both of us beneath our love, we're both of us above
Dance me to the end of love
Dance me to the end of love
Dance me to the children who are asking to be born
Dance me through the curtains that our kisses have outworn
Raise a tent of shelter now, though every thread is torn
Dance me to the end of love
Dance me to the end of love
Dance me to your beauty with a burning violin
Dance me through the panic 'til I'm gathered safely in
Touch me with your naked hand or touch me with your glove
Dance me to the end of love
Dance me to the end of love
Dance me to the end of love
Songwriters
COHEN, LEONARD
Published by
Lyrics © Sony/ATV Music Publishing LLC
เครดิตเนื้อเพลงจาก MetroLyrics
เนื้อหาเหมือนจะเป็นเพลงรักทั่วไป การเต้นรำเหมือนเป็นการเปรียบเทียบการอยู่ร่วมกันของคนสองคน เดินไปในจังหวะและท่วงทำนองเดียวกัน จนแต่งงาน จนมีลูก เต้นรำไปจนสุดทางแห่งรัก เป็นการเปรียบเปรยได้สวยงามมาก
ไปอ่านดูใน Wikipedia ซิ เป็นมายังไงเพลงนี้...
ผู้แต่งคือคุณ Leonard Cohen บอกว่าจริงๆแล้ว เพลงนี้ได้แรงบันดาลใจจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง! คือคุณ Leonard กล่าวว่าระหว่างที่เอาชาวยิวไปประหารในค่ายกักกันต่างๆ จะมีการเล่นดนตรีเพลงคลาสสิค คือมนต์เสน่ห์ของการสิ้นสุด ความตาย กับความรัก มันมีมนต์ขลังคล้ายๆกัน (คือมนต์เสน่ห์ ความรุนแรงของอารมณ์มันคล้ายกัน) คุณ Leonard สรุปว่าจริงๆไม่ต้องรู้ที่มาก็ได้ เพียงแค่เขาหยิบเอาอารมณ์ในจุดๆนั้น มาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้เท่านั้นเอง
นอกจากนี้เพลงนี้ยังไปเป็นแรงบันดาลใจต่อให้คุณ Henri Matisse วาดภาพที่มีชื่อเดียวกันกับชื่อเพลงนี้ด้วย
| Dance Me To The End Of Love (1998) โดย Henri Matisse |
ใครที่มีคู่เต้นแล้วก็ขอให้เต้นรำจนสุดหนทางแห่งรักนะคะ ใครยังไม่มี หรือไม่คิดจะมี การเต้นรำก็ยังมีอีกหลายแบบค่ะ หาจังหวะที่ตัวเองพอใจและเต้นไปจนจบเพลง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


